2007/Aug/22

Chapter 3

วินาทีแห่งความตาย

ความกลัวอย่างสุดขีดเมื่อเผชิญหน้ากับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรียกว่าความตาย ได้ปลุกจิตสำนึกและสัญชาติญาณในการเอาชีวิตรอดให้ตื่นขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมกับเร่งเร้าทุกส่วนของเซลล์ประสาทในร่างกายให้ทำงานหนักขึ้น มนต์เอี้ยวตัวหลบได้ทันก่อนที่ขวานเปื้อนเลือดเล่มมหึมาจะฟาดฟันลงมาผ่าร่างกายของเขาให้ดับสิ้น

แม้ว่าขวานในมือของเพรชฆาตใจโหดจะพลาดเป้าหมายที่จะผ่าแยกร่างกายของเหยื่อผู้วาดกลัวให้ขาดออกเป็น 2 ซีกไปอย่างฉิวเฉียด แต่มันก็ไม่ได้เสียโอกาสในการลิ้มรสของเหลวสีแดงฉานจากร่างกายของชายหนุ่มที่กำลังส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นเพราะความเจ็บปวดไปซะทีเดียว ด้วยความเร็วที่เกิดจากพละกำลังอันเหลือเชื่อและน้ำหนักของขวานเล่มยักษ์

แม้จะรอดจากความตายไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่ก็ไม่ได้หมายความมนต์จะหลบหลีกจากขวานมรณะเล่มนั้นได้พ้น มันถูกฟาดลงมาอย่างรุนแรงสับลงบนขาขวาของชายหนุ่มจนแยกออกจากกัน เสียงของเนื้อและกระดูกของมนุษย์ที่ถูกสับออกจากกันจนกระเด็นไปอีกทางดังขึ้นพร้อมๆกันกับเสียงหวีดร้องที่โหยหวนเพราะความเจ็บปวดและทรมานของมนต์

ภาพเบื้องที่เห็นยิ่งทำให้เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกของฆาตกรจากนรกดังกึกก้องขึ้นไปอีก

ของเหลวข้นสีแดงสดพรั่งพรูออกมาจากบาดแผลที่ขาดวิ่นของเด็กหนุ่ม ย้อมเสื้อผ้าและพื้นรอบๆตัวมนต์ให้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งจนเป็นสีแดงฉาน สัญชาติญาณ การดิ้นรนทำให้มนต์พยายามคลานหนีจากเงื้อมมือของความตายให้เร็วที่สุด แม้ว่าขาของเขาจะถูกสับขาดไปแล้วก็ตาม

โอมยังคงตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า เขากับสั่นกลัวเกินกว่าที่จะขยับร่างกายหนี .... หรือบางที อาจจะหนีไม่ได้ ความหวาดกลัวสะกดให้ร่างกายทุกส่วนของเขาสะกดนิ่งไม่สามารถขยับได้ เขารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขาเองจะค่อยๆหนักและแข็งขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนว่าเป็นเพียงก้อนหิน เขาไม่สามารถที่จะกระดิกแม้ปลายนิ้ว หรือเบือนสายตาออกจากความสยดสยองเบื้องหน้าไปได้เลยแม้เพียงสักวินาทีเดียว

ชายร่างยักษ์เหลือบดวงตาสีแดงก่ำมองไปที่โอม เด็กหนุ่มมองเห็นเพียงความตายเท่านั้นที่อยู่ภายในดวงตาที่แดงก่ำคล้ายเลือดของปีศาจใจโหดที่บัดนี้มันค่อยๆเลื่อนสายตาที่น่าสยดสยองคู่นั้นไปทางชายหนุ่มอีกคนที่กำลังพยายามตะกุยพื้นนำพาร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดคลานหนีเอาชีวิตรอดจากความตายที่อยู่ห่างจากตัวเขาไปเพียงกี่ก้าวอย่างสุดชีวิต

เสียงหัวเราะที่เย็นเยือกและแหบแห้งนั้นค่อยๆหยุดลง แปรเปลี่ยนเป็นสายตาที่กราดเกรี้ยวมากกว่าเดิม มันค่อยก้าวเดินนำพาร่างกายที่ใหญ่โตเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปเข้าไปใกล้ๆ ร่างกายของมนต์มากขึ้น มันเดินตามเหยียบย่ำลงบนรอยเลือดที่ลากไปเป็นทางของเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ ก่อนที่จะยกเท้าขึ้นเหยียบบนร่างกายที่โชกเลือดของมนต์อย่างแรง

อ๊า.................ก

มนต์กรีดร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดในทันทีที่มันเหยียบลงบนแผ่นหลังของเขาพร้อมๆกันกับเสียงของกระดูกที่หักและแตกออก

อะ....โอม....หนะ....หนี...ไป.....

เสียงร้องตะโกนของมนต์ปลุกจิตสำนึกและสติสตังที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของโอมให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

อ๊า.........ก

เสียงกรีดร้องของมนต์ยิ่งดังขึ้น เมื่อมันกดเท้าทิ้งน้ำหนักลงขยี้แผ่นหลังของมนต์รุนแรงขึ้นอีก เสียงหัวเราะที่เย็นเยือกดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งท่ามกลางเสียงโหยหวนที่เจ็บปวดทรมานของเด็กหนุ่มผู้ตกเป็นเหยื่อ โอมหันมองรอบตัวอย่างร้อนรนก่อนที่จะความเชิงเทียนอันใหญ่จากบนโต๊ะใกล้ตัวมาไว้ในมือ

หยุดนะ !

เขาพุ่งตัวกระโจนเข้าใส่ชายร่างยักษ์พร้อมกับเงื้อมือที่ถือเชิงเทียนหนึกอึ้งนั้นขึ้นจนสุดแขน

หึๆๆๆๆ

เสียงหัวเราะที่น่ารังเกรียจดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง และยิ่งดังขึ้นอีกเมื่อมันหันมามองร่างของโอมที่กำลังกระโจนเข้าใส่มันอย่างเร็ว โอมผสานสายตาจ้องมองไปที่ดวงตากราดเกรี้ยวสีแดงก่ำของมัน แล้วฟาดเชิงเทียนเหล็กเล่มใหญ่นั้นลงบนร่างใหญ่ยักษ์ของฆาตกรผู้โหดเหี้ยมอย่างเต็มกำลัง

วูบ..

แต่มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังฟาดเชิงเทียนนั้นใส่อากาศ โอมพุ่งทะลุผ่านตัวของเจ้าผีร้ายไป แม้จะยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เด็กหนุ่มก็ยังคงประคองสติของตัวเองไว้ได้อยู่ เขาหันหลังกลับอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งไปทางเจ้าวิญญาณร้ายอีกหน เขาเงื้อมือขึ้นฟาดเชิงเทียนนั้นลงใส่เจ้าฆาตกรอย่างสุดกำลังอีกครั้ง ....แต่มันก็เหมือนกับว่าเป็นเพียงอากาศธาตุที่ว่างเปล่า

ท่ามกลางความกลัวและความสับสน เขาคิดว่าตัวเขาเองคงไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ความสิ้นหวังเข้ามารุมเร้ากรีดแทงหัวใจและความเชื่อมั่นของเขาให้ขาดวิ่น สติขิงเขาค่อยๆเลือนหายไปพร้อมๆกับความหวาดกลัวที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เขาตัดสินใจขว้างเชิงเทียนในมือไปอย่างสิ้นหวังและทุรนทุราย มันพุ่งผ่านทะลุหัวของเจ้าวิญญาณโหดไปจนตกลงกระแทกลงกับพื้นทางด้านหลัง

กร้อบ.......ปึดๆๆ.............

อ๊า........ก

มนต์กรีดร้องขึ้นอีกครั้ง แขนของเขากำลังถูกฉีกออกจากลำตัวของเขาอย่างโหดเหี้ยมทารุน เสียงของกระดูกและเนื้อหนังที่กำลังค่อยถูกกระชากให้ขาดออกจากกันดังกึกก้องอย่างน่าขนลุกไปทั่วห้อง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว มันยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเลือดสดๆกำลังไหลออกจากบาดแผลที่เหวะหวะนั้นมากขึ้นจนเจิ่งนองอาบไปทั่วพื้น มนต์ได้แต่ภาวนาปรารถนาให้ความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานนี้จบลงเสียที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ชั่วเวลาหนึ่งเขาคิดปรารถนาที่จะให้ความตายเข้ามาเยือนเขาซะที

แคว่ก...........

อ๊าก..............

สายเลือดมากมายพรั่งพรูออกมาเมื่อแขนของเด็กหนุ่มถูกกระชากจนขาดออกมาจากตัว พร้อมๆกับที่เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนครั้งสุดท้ายของเขาค่อยๆเงียบลง

ชายร่างยักษ์หันกลับมาจ้องเขม็งที่มนต์อีกครั้งด้วยดวงตาที่แดงฉานยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่จะโยนแขนที่ขาดออกมาจากตัวของมนต์ไปที่ร่างไร้วิญญาณ เหมือนกับว่ามันเป็นแค่เพียงเศษขยะเพียงก้อนหนึ่งเท่านั้น

มันส่งสายตาที่กราดเกรี้ยว และรอยยิ้มโหดเหี้ยมที่เต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาทไปที่เด็กหนุ่มที่ยังคงรอดชีวิต ความกลัวโหมกระหน่ำเข้ามาทิ่มแทงความรู้สึกทั้งหมดของเด็กหนุ่ม เขากำลังเผชิญหน้ากับความกลัวที่รุนแรงที่สุดในชีวิตของเขา .......... ความกลัวของสิ่งที่เรียกว่า ความตาย

โอมค่อยๆถอยหลังหนีออกให้ห่างจากวิญญาณร้ายเบื้องหน้าอย่างช้าๆ เขาได้แต่เฝ้าภาวนาอยู่ลึกๆในใจให้เรื่องที่น่าสะพรึงกลัวทั้งหมดนี่เป็นแค่เพียงความฝัน ......

กะ...กะ...แก..ตะ...ต้องการอะไร

น้ำเสียงของโอมสั่นเทาด้วยความกลัวจนแทบจะไม่สามารถจับใจความได้ เขาเหลือบหันไปมองที่ร่างไร้วิญญาณของเพื่อนๆทั้ง 2 คน

....... คราวนี้คงถึงตาของเขาแล้ว.......

เด็กหนุ่มกำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาแห่งความตายเฉกเช่นเดียวกันกับเพื่อนทั้ง 2

.

.

.

------ โปรดติดตามตอนต่อไป ------

.

*** ขอโทษทีนะครับพอดีงวดนี้หายไปนานเลยครับ พอดีว่ากำลังยุ่งเรื่องของการเริ่มต้นธุรกิจใหม่เลยไม่ได้เข้ามาเลย ต้องขอโทษเพื่อนๆด้วยนะครับ ...สำหรับเรื่องนี้อันที่จริงตอนแรกว่าจะให้มัน softๆ หน่อยแต่ไหงเขียนไปเขียนมามันกลายเป็นนิยายโหดขนาดนี้ก็ไม่รู้ แล้วเพื่อนๆหล่ะครับคิดอย่างไร หากพบว่ามีข้อเสียตรงใหนหรือเพื่อนๆมีคำแนะนำอะไรก็บอกได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจผมจะได้นำไปปรับปรุงครับ เด๋วเอนทรี่หน้าผมว่าจะขอหยุดเรื่องนี้ไว้แล้วเอาเรื่องสั้นแบบหักมุมมาลงสลับสัก 1 ตอนก่อนนะครับแล้วหลังจากนั้นผมจะนำตอนต่อไปของเรื่องนี้มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันต่อนะครับ

ป.ล. ลืมไปเลย ไอ้เสียง BGM ที่เพื่อนๆกำลังฟังอยู่นี่ที่หลายๆคนบอกว่าน่ากลัว จริงๆมันแค่เสียงหายใจของผม กับเสียงเป่าลม แล้วนำมาผ่านโปรแกรมมิกเสียงเท่านั้นเองครับ งิงิงิ เจอกันเอนทรี่หน้านะครับ



(¯`·._.·[ เฟริสท์ ® ™]·._.·´¯)
View full profile