ก็เรื่องนี้เป่นเรื่องที่3แล้วนะครับ สำหรับเรื่องสั้นชุดนี้ จริงๆแล้วตามที่วางไว้คือผมต้องเอาเรื่องความรักของเพื่อนมาลงก่อนนะครับ แต่บังเอิญว่าต้นฉบับร่างมันดันหายไปใหนก็ไม่รู้ ผมเลยเอาเรื่องนี้มาลงแทนก่อนนะครับ คราวนี้จะเป็นเรื่องของความรักในรูปแบบใหนก็อ่านได้เลยนะครับ(แต่ขอบอกว่าเด็กอายุต่ำกว่า18ไม่ควรอ่านเรื่องนี้)
หาดสวาททะเลนิรันด์ ( Etenal Sea of love )
ความเงียบเข้าแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน ไม่มีบทสนทนาใดๆเล็ดลอดออกจากปากของทั้งคู่ เพราะแต่ละคนต่างก็กำลังใช้ความคิดเพื่อหาทางออกให้กับความรักต้องห้ามที่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆของทั้งคู่
"น้ำค้าง"หญิงสาวผู้ถูกพ่อแม่จับให้แต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก เธอได้แต่จำอยู่ด้วยกันเรื่อยมาทั้งๆที่เธอมีชายในดวงใจอยุ่แล้ว
"ตะวัน"ชายหนุ่มหน้าตาดีที่มั่นคงในรักที่มีให้กับหญิงสาว หลายปีมาแล้วที่เขาต้องทนให้หญิงสาวที่ตนรักอยู่กินกับชายอื่น ซึ่งเขาได้แต่เพียงอดทนแบกรับความรู้สึกเหล่านั้นไว้ แล้วแอบนัดเจอกับหญิงสาวเป็นบางครั้ง โดยที่ไม่สนใจว่าสถานะของพวกเขาจะถูกเรียกว่าอย่างไร
"ชู้รัก" คำๆนี้นั่นเองที่บรรยายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ดีที่สุด คงไม่ผิดที่ทั้งคู่จะรักกัน แม้ว่าหญิงสาวจะมีคู่ครองแล้วก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คำๆนี้ก็คงจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมอยู่ดี
"ตะวันคะ กึก้องเขารู้เรื่องของเราทั้งหมดแล้ว แล้วเจะทำอย่างไรกันดีคะ"
เสียงสั่นเครือของหญิงสาวดังผ่านความเงียบขึ้นมา ซึ่งชายหนุ่มทำได้แต่เพียงนั่งฟังอย่างเงียบๆทั้งๆที่ในใจแล้วต่างถูกความสับสนมากมายเข้ารุมเร้า
"ต่อไปเราคงจะไม่ได้ออกมาเจอกันอีกแล้ว"
เมื่อสิ้นประโยคเสียงสะอื้นของหญิงสาวก็ดังขึ้นมาแทนที่ ขับไล่ให้ความเงียบหายไปจากรังรักอย่างลับๆของทั้งคู่
"น้ำค้าง คุณรักผมใหม"
"รักสิคะ รักมากด้วย"
ก่อนที่เธอจะทันได้พูดจบริมฝีปากของเธอก็ถูกประกบด้วยปากของตะวัน แล้วจึงเข้าสวมกอดกันและกันทั้งๆน้ำตาที่ยังคงนองหน้า
"แล้วคุณจะเชื่อใจผมใหม"
ชายหนุ่มเอ่ยปากถามเธอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเอาจริงเอาจัง
"เชื่อสิคะ"
ทั้งคู่ต่างประสานสายตาหากันเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะโผเข้าอิงไปอุ่นจากกันและกันอีกครั้ง
"คุณจะไปกับผมใหม เราจะหนีไปด้วยกัน หนีไปให้ไกลจากที่นี่ คุณพร้อมจะไปสานต่อความรักของเราด้วยกันกับผมใหม"
ความมุ่งมั่นแรงกล้าได้ฉาบแววตาของชายหนุ่มไว้ ทำให้น้ำค้างซาบซึ้งและมั่นใจในผู้ชายคนนี้อย่างมาก
"ตะวันคะ ไม่ว่าจะเป็นที่ใหนก็ตาม ถ้ามีคุณอยุ่ น้ำก็พร้อมที่จะไปค่ะ"
รอยยิ้มเข้ามาแทนที่คนทั้งคู่ทั้งๆที่คราบน้ำตายังคงปนเปื้อนอยุ่บนใบหน้า
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทั้งคู่ก็ได้มาถึงยังชายหาดแห่งหนึ่งที่สงบและสวยงาม
ภาพที่ปรากฎอยุ่เบื้องหน้าของคนทั้งคู่คือ สายลมที่หอบหิ้วเอากลิ่นไอของทะเล เคล้ากับแสงแดดอ่อนๆของทะเลยามเย็นและ เกรียวคลื่นที่สาดซัดเข้ากระทบชายชายหาด ภาพต่างๆเหล่านี้กลับทำให้พวกเขาลืมความเศร้าหมองไปได้ชั่วครู่
ชายหนุ่มกุมมือของหญิงสาวไว้อย่างแผ่วเบาก่อนที่จะประคองร่างที่บอบบางนั้นนั่งลงบนหาดทรายสีขาวสะอาด
"ผมรักคุณนะ"
"น้ำก็รักคุณค่ะ"
น้ำค้างเอนหัวลงซบบนไหล่ของชายหนุ่ม ก่อนที่จะปล่อยให้ดุริยางค์แห่งท้องทะเล ขับขานกล่อมเกลาจิตใจที่ร้อนรนของทั้งคู่ให้สงบขึ้น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ที่คนคู่นี้ยังคงนั่งแอบอิงไอรักของกันและกัน
เมื่อฟ้าเริ่มมืดลงชายหาดที่เคยพลุกพล่านก็เงียบสงบลง ผู้คนต่างทยอยกันกลับเข้าที่พัก ทิ้งให้ชายหาดที่ปกคลุมด้วยความมืดของราตรีกาล อยุ่กับสายลมและเกรียวคลื่นเพียงลำพัง
"คงดีนะคะ ถ้าน้ำจะได้อยุ่กับคุณที่นี่ตลอดไป"
หญิงสาวพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันไปมองหญิงสาวด้วยแววตาที่อบอุ่น เขารู้ดีว่าเธอหมายความว่าอย่างไร
"ผมรักคุณนะ"
ทั้งคุ่ต่างประสานสายตากันอีกครั้ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะประกบริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากที่เนียนนุ่มของเธอ ทั้งคุ่ชอนใชลิ้นของตนไปในปากของกันและกัน แล้วชายหนุ่มจึงค่อยๆไล่ริมฝีปากของเขาลงไปตามซอกคอของหญิงสาว เขาโลมเลียเนื้อหนังขาวๆของเธออย่างแผ่วเบา
หญิงสาวรู้สึกคล้ายกับว่าถูกถูไถด้วยขนนกที่ชุ่มน้ำ ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม แล้วเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อของตะวันทีละเม็ดๆอย่างช้าๆ ชายหนุ่มยกแนขึ้นปลดเปลื้องเสื้อของตนออกเผยให้เห้นแผ่นอกที่เปลือยเปล่า แล้วจึงค่อยๆบรรจงปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวออกอย่างนิ่มนวล
หญิงสาวค่อยๆลูบไล้นิ้วมือไปแผ่นอกที่แข็งแรงของชายหนุ่มก่อนที่จะโอบกอดเขาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ให้ร่างกายท่อนบนที่เปล่าเปลือยของทั้งคู่ได้สัมผัสและเสียดสีซึ่งกันและกัน
ไออุ่นจากร่างกายและเนื้อหนังของอีกฝ่ายต่างกระตุ้นใหนสัญชาตญาณความต้องการของทั้งคู่ถูกปลุกขึ้นอย่างร้อนแรง
ชายหนุ่มค่อยๆลามเลียริมฝีปากของเขาไปตามเนื้อหนังที่เนียนนุ่มของหญิงสาว จนหญิงสาวไม่อาจที่จะข่มความรู้สึกเอาไว้ได้ จึงส่งเสียงครางออกมาเบาๆ
เนินถันต์ของน้ำค้างตั้งชูขึ้นคล้ายกับว่าจะยั่วยุให้ชายหนุ่มบรรเลงลิ้นลงบนยอดสีชมพูของเธอ
ทั้งคู่ต่างลูบไล้นิ้วมือไปตามร่างกายของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ความรุ้สึกกระสันเข้าปกครุมความต้องการของทั้งคู่ หญิงสาวเอื้มมือลงไปปลดกางเกงของชายหนุ่ม ทิ้งไว้เพียงร่างเนื้อที่เปล่าเปลือยไร้อาภรณ์ของตะวัน หญิงสาวโอบกอดร่างนั้นไว้ในขณะที่ชายหนุ่มบรรจงละเลงลิ้นลงบนหน้าอกของเธอ
ชายหนุ่มค่อยๆปลดกางเกงออกจากท่อนล่างอ้อนแอ้นของน้ำค้างอย่างช้าๆ
บัดนี้ทั้งคู่ต่างหมดสิ้นซึ่งอาภรณ์ปกปิดร่างกาย หญิงสาวลูบไล้ไปตามร่องกล้ามเนื้อของชายหนุ่มก่อนที่จะลงมาถึงใต้สะดืออย่างช้าๆ
เธอค่อยๆลูบไล้ไปแนวยาวของท่อนเอ็นชายหนุ่มอย่างช้าๆ ตะวันต้องส่งเสียงครางเบาๆอย่างกลั้นไม่อยุ่ ก่อนที่จะลูบไล้ไปตามเนินใต้สะดือของน้ำค้าง
ความเงียบสงบของทะเลยามค่ำคืนที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้พวกเขาสามารถบรรเลงเพลงรักที่ร้อนแรงได้โดยไม่ต้องสนใจว่าจะถูกใครพบเห็น
ร่างเปล่าเปลือยของทั้งคุ่ต่างเกี่ยวกะหวัดโหยหาไออุ่นจากกันและกัน ทั้งสองคน สองร่างกาย กลับกลืนกันเป็นร่างเดียว ทั้งคู่ต่างส่งเสียงครางเบาๆด้วยความสุข ขณะที่เพลงรักไร้อาภรณ์ยังคงดำเนินไป
เหมือนทั้งคุ่จะลืมไปแล้วถึงความทุกข์และความเศร้า บัดนี้มีเพียงเสียงครางเบาๆผสานกับเสียงเกลียวคลื่น และเสียงเนื้อหนังกระทบกัน
ทั้งสองคนต่างรวมร่างกายไว้ด้วยกัน ด้วยอ้อมกอดและไออุ่นจากเนื้อหนังเปล่าเปลือย ก่อนที่บทบรรเลงเพลงรักนี้จะสิ้นสุดลง ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบของสายลมเท่านั้น
"ฉันรักคุณค่ะ"
หญิงสาวแทรกเสียงผ่านค่ำคืนหลังสิ้นฉากรักร้อนแรง
"ผมก็รักคุณ"
"ตะวันคะ เราจะอยุ่ที่นี่ด้วยกันตลอดไปใช่ใหมคะ"
ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นและพยักหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบ
"เราจะอยุ่ด้วยกันตลอดไป"
แค่เพียงสายตาที่ประสานกันก็ทำให้ทั้งคู่ต่างรับรู้และเข้าใจในความต้องการของกันและกัน
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนทั้งๆที่ร่างกายนั้นยังเปล่าเปลือย ก่อนที่จะจับมือของหญิงสาวให้ลุกขึ้นเช่นกัน ทั้งคุ่ต่างจูงมือกันนำพาร่างไร้อาภรณ์ก้าวลงไปเรื่อยๆตามชายหาด จนเท้าของทั้งคู่สัมผัสได้ถึงความเย็นของน้ำทะเล แต่ทั้งคู่ก็ยังคงไม่มีท่าทีที่จะหยุดเดิน ต่างนำพาร่างเปล่าเปลือยให้กลืนไปกับน้ำทะเล
"เราจะอยุ่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป"
---ภรศิษฐ์ อรรถบลยุคล---
---- ภ.อรรถบลยุคล--
จริงๆที่เขียนไว้มันจะ อีโลติกกว่านี้ แต่ไม่กล้าเอามาลงครับ กลัวโดน ก.บ.ว เซนเซอร์ เลยทำให้ ซอฟท์ๆลงมานิดนึง งิงิงิ