2007/Apr/23

บทสวดแห่งมิตรภาพ : The Gospel of friendship

"กริ๊งๆ......."
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเช้าวันหนึ่ง สะบั้นให้นิทราที่แสนสงบของ "โฟโต้" หญิงสาววัยแรกรุ่น จบสิ้นลง
"ฮัลโหล"
หญิงสาวกรอกเสียงที่งัวเงีย ใส่โทรศัพท์อย่างช้าๆ ก่อนที่เสียงของสาวน้อยวัยแรกรุ่นอีกคนจะผ่านสายโทรศัพท์มากระทบกับโสตประสาทของผู้งัวเงีย
"ตื่นยัง เพื่อนสาว วันนี้เรามีนัดกันนะ ยังจำได้ใหมเนี่ยแม่คนขี้เซา"
"อืมๆ นัดกันบ่ายนี่นา แล้วขลุ่ย แกจะโทรมาปลุกชั้นทำไมแต่เช้าเนี่ย"
"ก็เราไม่มีอะไรทำนี่นา เลยโทรมาปลุกเล่นๆ...."
น้ำเสียงที่สดใสของ "ขลุ่ย" เพื่อนสาวของโฟโต้ช่างดูร่าเริงยิ่งนัก ซึ่งนี่แหล่ะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเธอ
"เออ เจอกันตอนบ่ายแล้วกันนะ ไม่คุยแล้ว แค่นี้ หวัดดี ตรู้ด..............."
หญิงสาวผู้งัวเงียรีบตัดบทโดยทันทีเพราะความงัวเงียยังไม่พลันหายไปจากห้วงสำนึกของเธอ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเวลานัดหมายของทั้งสองมาถึง
"แหม แม่ตัวดีมาซะสายเชียวนะ ทั้งๆที่แกโทรไปปลุกชั้นตั้งแต่เช้า แล้วทำไมยังมาสายหล่ะเนี่ย"
โฟโต้ ทักขึ้นทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสนิท ซึ่งสายจากเวลานัดไป 15 นาที
"โทษทีหว่ะแก พอดี ดนตรี แฟนชั้นมันมาหาที่บ้าน เลยมีเรื่องต้องคุยกันนิดหน่อย"
รอยยิ้มที่สดใสของทั้งสองคน ผุดขึ้นมาปนเปื้อนอยู่บนมุมปาก ก่อนที่ทั้งคู่จะสาวเท้าก้าวเข้าหากันอย่างช้าๆ
"แล้วคุยอะไรกันหล่ะ แหม ยิ้มหน้าบานมาแต่ไกลเชียวนะ ทำไมหล่ะ หรือว่า ดนตรีเขาบอกว่าจะแต่งงานกับแก"
รอยยิ้มของขลุ่ยยิ่งกว้างขึ้นอย่างมีความสุข ก่อนที่เธอจะดัดเสียงเล็กเสียงน้อย ตอบคำถามของเพื่อนสาว
"เปล่านี่ ไม่มีอะไร"
"มันต้องมีเรื่องดีๆอะไรแน่ๆ แกรีบบอกชั้นมาซะดีๆนะ"
เสียงที่ระคนความสงสัยของโฟโต้ ยิ่งทำให้ หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างขึ้น
"อยากรู้อ่ะเด่ะ อืม.........จะบอกก็ได้ถ้าแกจะเลี้ยงข้าวชั้น"
ขลุ่ยลากเสียงสูงขึ้นก่อนจบประโยคพร้อมกับเชิดใบหน้าที่ยิ้มแย้มขึ้นเหมือนกับมั่นใจว่าตนถือไพ่เหนือกว่าเพื่อนของเธอ
"เออๆๆ ก็ได้ รีบๆบอกมาซะที เดินไปคุยไปก็ได้"
"ดนตรีเขาชวนชั้นไปเที่ยวน้ำตกกันก่อนที่ชั้นจะรับปริญญา เขาบอกว่าเป็นของขวัญให้ที่เรียนจบซะที"
"แล้วแกจะไปเมื่อไร เพราะเดือนหน้าแกก็จะรับปริญญาแล้วนี่หว่า"
โฟโต้รู้สึกยินดีที่เห็นเพื่อนของตัวเองมีความสุข จนทำให้รอยยิ้มของเธอยิ่งฉีกกว้างขึ้นกว่าเก่า หญิงสาวทำหน้าเหมือนกับว่าตั้งใจฟังคำตอบของเพื่อนสาวอย่างเต็มที่
"ก็กะว่าจะไปกันตอนต้นเดือน แล้วก็กลับมาก่อนวันรับปริญญา แหม มันช่างมีความสุขจริงๆ"
น้ำเสียงของขลุ่ย แสดงให้เห็นว่าเธอไม่สามารถปกปิดความยินดี และมีความสุขของเธอได้ เพราะมันล้วนแต่ล้นออกมาตารมรอยยิ้มที่เปื้ออยุ๋บนใบหน้าขาวผ่องของเธอ
"จ้าๆ แม่คนน่าอิจฉา ไปที่โน่นก็อญ่าหักโหมมากหล่ะ เดี๋ยววันรับปริญญาจะโทรมไม่สวย"
"บ้า..........."
ขลุ่ยบิดตัวด้วยความเอียงอาย
"...แกพูดอะไรเนี่ย"
"เฮ้ยถ้ามีลูกขอตัวนะ เอาลายจุด"
ทั้งสองคนหัวเราะกันกิ๊กกั๊กๆ อย่างมีความสุขจนทำให้คนรอบๆข้างต้องหันมามองอย่างสงสัย
"ไม่เอาแล้วไม่พูดแล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่า"
ด้วยความเอียงอายทำให้ขลุ่ยรีบตัดบท เพื่อที่จะได้เปลี่ยนเรื่องคุย
"แหมเว้ย ชั้นเป็นเพื่อนแกมาตั้งนานแล้ว เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าแกก็เขิลเป็น ฮ่าๆๆๆ"
โฟโต้พูดแซวเพื่อนสาว ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปกินข้าวกันอย่างมีความสุข

เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปรวดเร็วจนไม่ทันรู้ตัวอยู่เสมอ หลายชั่วโมงที่ทั้งสองเดินเที่ยวกันผ่านไปรวดเร็วจนมืดค่ำ
"เฮ้ย แล้วแกอย่าลืมตัดชุดสวยๆไปงานรับปริญญาชั้นหล่ะ"
"เออน่า เดี๋ยวตอนที่แกไปอี๋อ๋อนอกสถานที่กับแฟนแก ชั้นจะไปตัดชุดให้เริ่ดจนแกอายไปเลย"
"ชั้นไปเที่ยวกันเฉยๆนะ ไม่ได้ไปอี๋อ๋อกัน"
"เออ จะแกล้งเชื่อก็ได้จ้า แม่สาวเปรี้ยว"
โฟโต้ยังคงแซวเพื่อนสาวของเธออย่างสนุกสนาน
"เออ ไว้แล้วเจอกันตอนงานวันรับปริญญาชั้นนะแก แกอย่าเบี้ยวนะ"
"เออน่า ไม่เบี้ยวหรอก ว่าแต่แกอย่าลืมที่ชั้นบอกหล่ะ อย่าหักโหมมากนะเดี๋ยวจะโทรม ชั้นไปแล้วนะ บาย"
โฟโต้ บอกลาเพื่อนของเธอทั้งๆที่เพื่อนของเธอยังคงทำหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ ด้วยความเขิลจากคำแซวของเพื่อนสนิท
"เออ โฟโต้ มีอะไรแกฝากข้อความไว้แล้วกันนะ เดี๋ยวตอนอยุ่ที่โน่น ชั้นคงไม่เปิดโทรศัพท์นะ แล้วไว้เจอกัน"

สายน้ำใสทอดตัวลงมาตามแนวเหลี่ยมของก้อนหิน ก่อให้เกิดเสียงเบาๆที่ฟังดูช่างสงบและผ่อนคลายยิ่งนัก ผสมกับเสียงเหล่านกกาที่ต่างร้องกันระงม ท่ามกลางเสียงกรีดใบของสุมทุมพุ่มพฤกษ์ คล้ายกับเป็นบทเพลงแห่งธรรมชาติที่ขับกล่อมให้หัวใจที่สับสนและว้าวุ่นของคนเมืองได้ผ่อนคลายอย่างสงบ
ขลุ่ย และ ดนตรี ต่างจูงมือที่อบอุ่นของกันและสาวเท้าก้าวลงไปในน้ำตกที่ใหลอย่างสงบและสวยงามอย่างช้าๆ
"ขลุ่ย ผมรักคุณนะ"
น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูจริงจัง และอบอุ่น ดวงตาที่เป็นประกายของเขาทำให้หญิงสาวต้องอดมองลึกเข้าไปไม่ได้
"คุณไม่ต้องบอก ขลุ่ยก็รู้ค่ะ"
สายตาของทั้งคุ่ต่างประสานกันจนมองเห็นแม้ภาพสะท้อนของตนในดวงตาของอีกฝ่าย บทลำนำแห่งธรรมชาติยังคงขับขานกล่อมเกลาหให้อารมณ์ และความรู้สึกของทั้งคู่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
"ขลุ่ย"
"ดนตรีคะ"
ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อของอีกฝ่ายก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกัน ก่อนที่ร่างกายของทั้งคู่จะแตะต้องและดูดกลืนไออุ่นของกันและกัน ท่ามกลางทิวทัศน์ที่งดงามของธรรมชาติ ซึ่งคงไม่มีมนุษย์คนใหนจะสามารถเลียนแบบได้
ทั้งคุ่ต่างปลดปล่อยให้ร่างกายของตนลื่นไหลไปตามอารมณ์และความรู้สึก โดยไม่เกรงว่าจะมีผู้ใดย่ำกรายมาพบเห็น

ท่ามกลางภาพระบายสีของแผ่นภาพรัตติกาลบนท้องฟ้า หนุ่มสาวต่างยังคงเกี่ยวกะหวัดร่างกายของตนไว้กับอีกฝ่าย คล้ายกับว่ายังคงต้องการที่จะโหยหาไปอุ่นจากอีกฝ่าย แม้ว่าคืนนั้นจะมีเพียงสายลมแผ่วเบาของค่ำคืนที่หอบหิ้วกลิ่นของดวงดาวมาก็ตาม
"ขลุ่ย คุณรู้ใหม ว่าสามวันที่เรามาอยู่ที่นี่ด้วยกันผมมีความสุขมาก"
"ขลุ่ยก็เช่นกันค่ะดนตรี ขลุ่ยอยากให้มันเป็นอย่างนี้ตลอดไป"
รอยยิ้มที่อบอุ่นของทั้งคู่ต่างสะท้อนอยุ่ในแววตาของอีกฝ่าย จนเห็นได้แม้ว่าราตรีนั้นจะมืดมิดเพียงใด

ท่ามกลางแสงสีทองของรุ่งอรุณที่สาดแสงอบอุ่นสีอำพัน หนุ่มสาวคู่หนึ่งต่างกำลังนั่งจิบกาแฟอุ่นๆที่หอมกรุ่น พร้อมๆกับเพลิดเพลินกับการชมบรรยากาศที่สวยงาม ของอาทิตย์ยามเช้าที่โล่พ้นแนวเหลี่ยมของน้ำตกที่สวยงาม
"ดนตรีคะ เดี๋ยวขลุ่ยไปหยิบโทรศัพท์ก่อนนะคะ ขลุ่ยจะโทรไปยั่วให้โฟโต้เค้าอิจฉาเล่นๆ"
ชายหนุ่มยิ้มและพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าไปหยิบ โทรศัพท์ในบ้านพัก ในใจคิดถึงแต่เพียงว่าเพื่อนสนิทของเธอจะทำหน้าอย่างไรนะ เมื่อเธอโทรไปยั่วให้อิจฉาเล่น รอยยิ้มของเธอยังคงปรากฎอยุ่แม้เวลาที่เธอกดปุ่มเปิดโทรศัพท์ของเธอ
"ตรี้ดๆๆๆ"
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทันที่ที่เธอเปิดเครื่องเพื่อเตือนว่าเธอได้รับข้อความที่ฝากไว้ รอยยิ้มของเธอยิ่งกว้างขึ้นอีกเมื่อเธอคิดว่า คงเป็นโฟโต้ เพื่อนสนิทของเธอโทรมา
หญิงสาว กดเบอร์โทรศัพท์ไปที่ระบบรับฝากข้อความ
"คุณมี 18 ข้อความใหม่"
แต่แล้วรอยยิ้มของเธอก็พลันหายไปเมื่อได้ฟังเสียงที่ดังขึ้นมาในโทรศัพท์
"เฮ้ย ขลุ่ย แกอยุ่ใหนวะ โฟโต้โดนรถชนอาการหนัก ตอนนี้อยุ่ที่โรงพยาบาล ได้รับข้อความแล้ว รีบโทรกลับด้วย"
ในใจของเธอยิ่งร้อนรนขึ้นเมื่อเธอยังคงกดโทรศัพท์ ฟังข้อความต่อไปเรื่อยๆ
"ข้อความที่ 14 ตรุ้ด... เฮ้ย ขลุ่ย ทำไมแกไม่เปิดเครื่อง ตอนนี้หมอบอกว่าโฟโต้อาจจะไม่รอด แกรีบโทรหาชั้นนะว้อย"
ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหว่ะ มือที่สั่นเทาของเธอไม่สามารถที่จะประคองโทรศัพท์ให้อยุ่นิ่งๆได้อีกแล้ว
"ข้อความที่ 17 ตรุ้ด... เอ่อ แกอยุ่ใหน ชั้นจะบอกแกว่า โฟโต้ตายแล้ว.........."
น้ำเสียงที่ฟังดูสั่นเครือเพราะการร้องให้ของคนที่ฝากข้อความ ยิ่งทำให้น้ำอุ่นๆใหลออกจาดวงตาของเธอมากขึ้น เธอทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนที่จะปล่อยโฮออกมาดังลั่น แต่แม้ว่าสติของเธอจะไม่รับรู้อะไรแล้วนอกจากเสียงข้อความที่ยังคงดังก้องอยุ่ในหัวของเธอซ้ำไปซ้ำมา
"โฟโต้ตายแล้ว โฟโต้ตายแล้ว โฟโต้ตายแล้ว โฟโต้ตายแล้ว"
"ปั้ง" เสียงผลักประตูอย่างแรงดังขึ้นๆ พร้อมกับการปรากฎตัวขึ้นพร้อมอาการตกใจของชายหนุ่ม
ภาพเบื้องหน้ามีเพียงหญิงสาวที่ทรุดตัวลงร้องให้อยุ่กับพื้น พร้อมโทรศัพท์ตกอยุ่ที่พื้น ชายหนุ่มรีบเข้าไปประคองร่างของหญิงสาวไว้ในอ้อมกอด
เสียงของระบบฝากข้อความดังออกมาผ่านความเงียบสงบของยามเช้า
"ข้อความที่ 18 ตรุ้ด... แม่ของโฟโต้จะจัดงานศพที่วัดไกล้บ้านของโฟโต้นะ แกรีบโทรหาชั้นด่วนเลยนะ......"
บัดนี้ความเงียบสงบของยามเช้าแทบไม่เหลือร่องรอยอีกแล้ว เมื่อมันถูกกลบด้วยเสียงสะอื้น และเสียงพร่ำพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนบ้าของหญิงสาว
"โฟโต้ตายแล้ว โฟโต้...ฮือ......"
ชายหนุ่มกอดร่างของแฟนสาวไว้แน่นยิ่งขึ้น เขาไม่รุว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อเสียงของหญิงสาวยังคงดังกึกก้องอยุ่เช่นนี้
"ดนตรี ขลุ่ย..ขลุ่ยจะทำไงดี โฟโต้ตายแล้ว"
เสียงสะอื้นของเธอยังคงดังไม่หยุดแม้ว่าบางครั้งมันจะแผ่วเบาลงไปบ้าง เสียงร้องของหญิงสาวยังคงดังไม่หยุดเหมือนกับว่าเธอจะขาดใจตายเอาให้ได้
"ไปกันเถอะ ขลุ่ยรีบกลับกัน"

เสียงบทสวดของพระหลายรูปดังแว่วไปทั่วอณาบริเวณของวัด และเสียงร้องให้ครควญครางจากผู้มีชีวิตถึงผู้วายชนม์ ผู้คนมากมายหลายคนทั้งวัยรุ่น เด็ก และผู้ใหญ่ ต่างใส่ชุดดำและขาวมาร่วมงานกันด้วยใบหน้าที่สลดและดโศกเศร้า
ขลุ่ย กับแฟนหนุ่มปรากฎตัวขึ้น ในบริเวณงานศพ ทั้งสองเดินไปที่ตรงศพสีทองที่ตั้งอยู่ในศาลา
หญิงสาวจุดธูปขึ้น ทั้งๆที่น้ำตายังคงนองหน้า เธอมองไปยังโลงศพสีทอง
ไม่มีอีกแล้ว รอยยิ้มที่สดใสของโฟโต้ ไม่มีอีกแล้วเงาร่างของเพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอ
"โฟโต้ ชั้นขอโทษ โฟโต้ ชั้นขอโทษ โฟโต้ ชั้นขอโทษ....ชั้นไม่น่าปิดโทรศัพท์เลย"
เธอยังคงพูดพร่ำซ้ำคำเดิม พร้อมกับน้ำตาที่ไหลเจิงนองและเสียงสะอื้นที่ยังดังออกจากปากของเธออย่างไม่ขาดสาย เธอปักลงก่อนที่ ดนตรีจะประคองเธอลุกขึ้น
วัยรุ่นในชุดดำกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ
"ขลุ่ย ทำไมแกไม่รับโทรศัพท์..........."

เพื่อนของเธอ คงไม่กล้าถามซ้ำเมื่อเห็นท่าทางที่โศกเศร้าเสียใจของหญิงสาว
"ขลุ่ย ก่อนตาย โฟโต้ฝากมาบอกแกว่า ขอโทษที่ไม่สามารถไปงานรับปริญญาแกได้ ทั้งๆที่สัญญาไว้แล้ว............"
ไม่มีอีกแล้สรอยยิ้มของเพื่อนสนิทของเธอ บัดนี้สิ่งเดียวที่เหลือไว้คือข้อความสุดท้าย และร่างที่ทรุดลงกับพื้นทั้งน้ำตาของหญิงสาว

**** เป็นไงกันบ้างครับสำหรับเรื่องนี้ แนะนำ ติ-ชม กันได้นะครับ แล้วไว้พบกันใหม่ในเอนทรี่หน้า