2007/May/11

พฤกษาประกายหมอก

เรื่องสั้นชุด "มุมสะท้อนของเงารัก"

ลมพายุยังคงโหมกระหน่ำอย่างไร้ปราณีโดยไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ท่ามกลางเสียงคำรามที่ดังสนั่นจนเหมือนจะสะเทือนแผ่นดินได้ทั้งหมดของท้องฟ้าสีหม่นมืด สายฝนที่หนาวเย็นกำลังโหมกระหน่ำสาดซัดอย่างรุนแรง บ้าคลั่ง และต่อเนื่อง แม้ทัศนวิสัยโดยรอบจะพร่ามัวเพียงใด แต่ท่ามกลางสายฝนที่สาดกระหน่ำนั้นยังคงไม่สามารถที่จะชะล้างความดศกเศร้าในใจของผมให้ละลายหายไปได้แม้เพียงน้อย

ผมเคยได้ยินใครต่อใครมากมายต่างพร่ำพูดว่าเวลา จะคอยช่วยเยียวยารักษาบาดแผลและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในจิตใจของคนเราให้หายไป แต่ผมไม่เชื่อหรอก เพราะยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด แต่ความเจ็บปวดของผมมันก็ไม่ได้จางหายลงไปเลยแม้เพียงนิด แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนบางรั้งผมแทบล้มทั้งยืนทุกทีที่ความเจ็บปวดเข้ามาเยี่ยมเยือนและสะกิดให้ปากแผลมันเปิดกว้างขึ้น

เวลา นอกจากจะไม่ได้ช่วยทำให้รอยแผลจางหายไป แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมความเจ็บปวดและรอยแผลใหม่ๆให้ประทับอยู่ร่างกายที่เปลือยเปล่าไร้เรี่ยวแรงนี้เพิ่มอยู่เสมอ...

ผมนั่งอยู่คนเดียวตรงนั้น ริมสะพานทางรถไฟภายใต้ท้องฟ้าและพายุที่โหมกระหน่ำถ่าโถมเข้าซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดจากสายฝนที่สาดกระแทกลงสู่ผิวกายก็ยังไม่อาจที่จะเทียบได้กับความเจ็บปวดในใจของผม ความหนาวเหน็บเยือกเย็นที่ปกคลุมรอบๆตัวก็ยังไม่สามารถที่จะทานเท่ากับความหนาวเย็นของความเหงาที่กำลังกัดเซาะหัวใจที่อ่อนแอนี้ให้แหลกสิ้นไปอยู่ดี

ผมกวาดสายตามมองเหม่อลอยออกไปรอบๆตัว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับเลือนลางและพร่ามัวไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายฝนที่รุนแรง หรือสายตาของผมมันถูกบดบังด้วยม่านน้ำตากันแน่

รอบๆตัวผมในตอนนี้ นอกจากสายฝนแล้วคงมีแค่เพียงความว่างเปล่า ความเจ็บปวด และความโศกเศร้าของตัวผมเองเท่านั้น

ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าใดแล้ว ที่ผมทำได้เพียงแค่เก็บกดและพนึกความรู้สึกที่แท้จริงของตัวผมเอง แล้วแสร้งแสดงเป็นใครคนอื่นอีกคนที่ผมไม่รู้จัก...

"ต้นกล้า" คือชื่อของผม แต่แม้ว่าต้นไม้ต้นอื่นจะสดชื่นและเบิกบานเมื่อใด้เต้นรำอย่างสนุกสนานอยู่ภายใต้เงาฝน แต่ก็คงไม่ใช่ต้นไม้ที่อ่อนแอและบอบบางต้นนี้

ผมไม่เคยเปิดเผยตัวตนหรือความรู้สึกของผมให้ใครได้เห็นอีกเลย นับตั้งแต่วันที่สายหมอกได้พัดผ่านเข้ามาและทิ้งให้ต้นกล้าต้นนี้ต้องแบกรับความเศร้ และความเจ็บปวดนี้ไว้เพียงลำพัง...

"สายหมอก" เพื่อนคนหนึ่งที่แสนดีที่สุดของผม เขาเป็นคนที่รู้ใจของผมไปหมดทุกเรื่องรวมทั้งเรื่องที่ผมไม่เคยรู้เกี่ยวกับตัวเองด้วย เขาเป็นคนช่างเอาอกเอาใจ จนทำให้ผมเริ่มที่จะเผลอตัวเผลอใจคิดกับเขาไปไกลมากกว่าความเป็นเพื่อน ทั้งๆที่ผมก็รู้ตัวเองดีว่ามันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้

แต่เพราะรู้ว่ามันไม่มีทางที่จะเป้นจริงไปได้เมื่อเราทั้งคู่ต่างเป็นผู้ชายเช่นเดียวกัน ผมนั่งพร่ำเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาไม่ให้มันถลำเกินไปไกลกว่าที่ฉุดรั้งมันกลับมาได้

และแล้วมันก้คล้ายกับว่าความพยายามของผมจะสูญเปล่า เป็นเช่นลมที่เพียงแค่พัดผ่านมาแล้วก็ไป เมื่อผมยังคงสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและอบอุ่นที่เขายังคงส่งผ่านมาที่ผมได้ตลอดเวลา สิ่งนี้แหล่ะเป็นสิ่งที่ผมขาดไป และเป็นเขาที่มาเติมเต็มส่วนที่ขาดไปให้สมบูรณ์...

"กูคิดถึงมึงหว่ะ"

คำๆนี้ที่เขาพูดกับผมทำให้หัวใจของผมเต้นเร้วขึ้นจนแทบจะระเบิดทุกครั้งที่ได้ยิน แม้ผมจะคอยหักห้ามตัวเองไม่ให้จมดิ่งลงไปมากกว่านี้ แต่ผมก้ยังคงไม่สามารถที่จะหยุดความคิดที่จะยอมทุ่มเทเวลาทุกนาที อุทิศทั้งหมดเพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆกายของเขานานเท่านาตราบเท่าที่เขาจะต้องการ

มันทำให้ผมและสายหมอกไปใหนมาใหนด้วยกันเกือบจะตลอดเวลา ถึงแม้นว่าบางเวลาที่เราจะต้องห่างกันไปแต่สายสัมพันธ์ของเรายังคงเชื่อโยงกันอยู่ตลอดเวลา เรายังคงติดต่อหากันตลอดแม้ว่าเวลาที่เราห่างกันจะผ่านไปนานไม่ถึงชั่วโมง ซึ่งมันยิ่งทำให้ผมคิดไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ

หลายๆครั้งที่ความเจ็บป่วยมันเข้ามาเยี่ยมเยือนผม ทุกครั้งที่ผมกำลังเจ็บปวดและทรมาณผมจะลืมตาตื่นขึ้นมาและพบสายตาที่อบอุ่นของเขาที่กำลังจ้องมองมาที่ผมอย่างห่วงใย รวมทั้งความรู้สึกอบอุ่นจากมือของเขาที่กำลังกุมมือผมอยู่ ซึ่งมันก็กลายเป็นยาเทวดาชั้นเลิศที่คอยช่วยปลอบโยนร่างกายและหัวใจที่เจ็บป่วยของผม...

"มึงกับกู เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป"

จังหว่ะของหัวใจมันเต้นเร้วขึ้นจนแทบจะพุ่งออกมานอกอก เมื่อผมได้ยินคำๆนี้จากปากของเขาและใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน ห้วงคำนึงและความคิดของผมมันกลับยิ่งก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแห่งวามเป้นเพื่อนกับความรักมากไปไกลแสนไกลเพียงใดผมเองก็ไม่สามารถที่จะล่วงรู้มันได้ชัดเจน

ผมจ้องมองเข้าไปอีกครั้งในแววตาที่เป็นประกายซึ่งกำลังฉายแววของความจริงจังที่อบอุ่นนั้น ผมได้เห็นภาพสะท้อนของตัวผมเองที่กำลังจะพ่ายแพ้ต่อแรงกระตุ้นของสายตาและความอบอุ่นนั้น

ความสับสนเข้ามาครอบคลุมความรู้สึกทั้งหมด เมื่อความรู้สึกและจิตสำนึกมันกำลังห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ความอบอุ่นและอ่อนโยนของสายหมอก เป็นสิ่งที่ผมต้องการ ผมต้องยอมรับว่าผมรักเขามากจริงๆ มากจนเกินที่ผมจะเก็บกดความรู้สึกนั้นไว้อยู่ภายในเงามืดของหัวใจได้อีกต่อไปแล้ว ในที่สุดผมก็พูดออกไปทั้งๆที่ในใจนั้นยังคงสำเนียกได้ด้วยจิตสำนึกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ผมก็ต้องยกธงขาวให้กับความรู้สึกที่แท้จริของตัวเอง

"หมอก กูมีบางสิ่งบางอย่างที่จะบอกมึงหว่ะ กูรู้ว่าถ้ามึงได้ฟังแล้ว มึงอาจจะรังเกียจจนไม่อยากจะเห็นหน้ากูอีกเลยก็ได้ อต่กูต้องยอมรับว่ากูคงไม่สามารถที่จะเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวได้อีกต่อไปแล้ว"

แม้ความงุนงงจะปรากฎอยู่บนใบหนาของเขาจนเห็นได้ชัด แต่ผมก็ทำได้แค่เพียงหลบสายตาและแอบมองเขาด้วยหางตาเพียงแค่นั้น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงพูดต่อไป

"มึงอยากจะฟังรึเปล่าหล่ะ"

ความมึงงงและความสงสัยยังคงไม่จางหายไปจากใบหน้าของเพื่อนที่อบอุ่นคนนี้แม้เพียงน้อย

"เฮ้ย ทำไมมึงต้องทำหน้าจริงจังอย่างนั้นด้วยวะ กูชักจะเสียวๆแล้วนะเว้ย มึงคงไม่ได้กำลังจะบอกรักกูนะว้อย"

ผมทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ เวลานั้นเราทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบกันอยู่ซักครู่ ก่อนที่จะเป้นเขาเองที่ทำลายความเงียบนั้นลง

"มึงจะมามุขใหนเนี่ยไอ้ห่า มึงกำลังล้อกูเล่นใช่ใหมเนี่ย"

แล้วเขาก็หัวเราะออกมา

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่งเอ๊ยทำหน้าจิงจังซะ เดี๋ยวจับหอมแก้มซะทีดีใหมเนี่ยไอ้ห่า"

แต่ความอดทนของผมมันได้หมดลงแล้วเหมือนกำแพงอิฐที่ถูกทะลายลงอย่างรวดเร็ว ผมโผตัวเข้าไปสวมกอดร่างที่แข็งแรงและอบอุ่นนั้นไว้ในทันที

"มึงเลิกเล่นเหอะ กูชักจะไม่ขำแล้วนะว้อย มึงก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้"

เมื่อจบประโยคใจผมแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ผมรู้สึกเจ็บแปรบขึ้นมาทันทีข้างในอก พร้อมๆกับที่ผมสัมผัสได้ถึงหยดน้ำอุ่นๆที่เอ่อล้นอยู่ในตาของผม แม้ว่าผมจะกำลังโอบกอดเขาอยุ่อย่างใกล้ชิด แต่ผมยิ่งกลับรู้สึกว่ามันกำลังห่างขึ้นเรื่อยๆสำหรับความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ดีๆระหว่างสองเรา

ผมค่อยๆคลายแขนของผมออกจากร่างกายของเขา แล้วเดินถอยหลังออกมาช้าๆ

"หมอก แต่... กูรักมึงจริงๆหว่ะ"

ความเงียบแทรกผ่านเข้ามาคั่นกลางระหว่างเราทั้งคู่ทันทีที่ผมพูดจบ เราต่างได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นระหว่างความเงียบและกำแพงสีดำมืดที่คั่นกลางระหว่างเราทั้งสองไว้

หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยติดต่อ หรือเจอกันอีกเลย

...

สายฝนยังคงสาดซัดกระหน่ำอย่างไม่หยุด ความเจ็บปวดจากเรื่องราวเก่าก่อนหวนกลับเข้ามากรีดแทงหัวใจของผมให้ขาดวิ่นอีกครั้งทันทีที่ผมคิดย้อนไปถึงมัน ผมยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้วยความหวังเล็กๆว่ามันจะช่ยบรรเทาความเจ็บนี้ลงได้แม้เพียงนิดก็ยังดี

ผู้คนมากมายต่างก้าวผ่านเข้ามาในชีวิต ความอบอุ่นของมิตภาพที่ใครหลายๆคนได้หยิบยื่นให้ มันเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ผมขาดหายไป จนทำให้หลายครั้งที่ผมเริ่มที่จะคิดกับพวกเขาเหล่านั้นมากไปกว่าคำว่าเพื่อน แต่หลังจากคราวนั้นไม่ใช่จิตสำนึกที่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ให้ผมเปิดเผยตัวเองออกไป แต่เป้นความเจ็บปวดต่างหากที่คอยฉุดดึงไว้ไม่ให้ผมปลดผนึกของตัวตนที่แท้จริง

...

ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่ ต้นกล้า ยังคงนั่งอยู่อย่างนั้นคนเดียวท่ามกลางลมพายุที่โหดร้ายและรุนแรง ไม่มีใครจะล่วงรู้ได้ว่าต่อจากนั้นเขาจะต้องเสียน้ำตาให้กับความเจ็บปวดมากมายอีกเท่าใด

หนังสือพิมพ์พาดข่าวเดียวกันเกือยทุกฉบับ

"พบศพวัยรุ่นชาย สภาพศพไหม้เกรียมทั้งตัว สัณนิฐานสาเหตการตายคือถูกฟ้าผ่า ทราบชื่อภายหลังคือ นาย "ต้นกล้า แสงนิล"...

----------------------------------

ป.ล. ก็อย่างที่ผมเคยบอกนะครับว่าเรื่องสั้นชุด "มุมสะท้อนของเงารัก" นี้จะเป็นเรื่องราวของรูปแบบความรักในแบบต่างๆ ดังนั้นคงจะปฎิเศฐไม่ได้ว่า นี่ก็เป็นรูปแบบความรักอีกแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเช่นเดียวกัน ดังนั้นผมจึงเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา แต่กว่าเรื่องนี้จะสำเร็จได้ผมก็ต้องขอบคุณคนหลายๆคน(ที่เป็นแบบเดียวกับในเรื่อง)ที่ช่วยเล่าเรื่องราวและความรู้สึกของตัวเองให้ผมได้ฟัง แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเล่าถึงความรู้สึกของตัวเองให้ผมฟังจนต้องน้ำตาซึม ซึ่งผมก็ได้ต้นแบบตัวละคร "ต้นกล้า"มาจากความเจ็บปวดของพวกเขาเหล่านั้น แล้วก็ต้องขอโทษเพื่อนๆด้วยนะครับถ้าหากว่าผมยังไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของตัวละครได้ดีเพียงพอ อาจจะเป็นเพราะว่าผมยังทำการบ้านมาไม่ดีพอ แต่ผมก็หวังนะครับว่าเพื่อนๆคงจะได้รับความสนุกและเพลิดเพลินบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับรูปแบบความรักที่ผมสะท้อนออกมานี้ครับ แล้วเจอกันเอนทรี่หน้าครับ

Comment

Comment:

Tweet


gpepqmyk mnrfxrxw cgxguqnh
#49 by hpsNfTePgS (94.102.49.213) At 2009-08-15 03:22,
pzaezhlc ilbkbygc thlvatxi
#48 by JNNGMlXqPkJOrQG (94.102.49.213) At 2009-08-15 01:59,
rmfjhqgf fqijlyij vvmdvkcb
#47 by zyrLFxanKfMdlVI (94.102.49.213) At 2009-08-14 23:09,
ofvqrelp bdnibzri ppsnifuy
#46 by YcnFVpMLYnSjQF (94.102.49.213) At 2009-08-14 20:13,
vqnuhjuk cwpqhonk tcxvjyny
#45 by yRXNCkhtZmied (94.102.49.213) At 2009-08-14 18:46,
bxujxisf kyfpukac skuhzzfs
#44 by RrzZqitTwo (94.102.49.213) At 2009-08-14 17:23,
tndfpabz wzlngypt murprjhj
#43 by nQzngFGAOzugn (94.102.49.213) At 2009-08-14 15:59,
ucovppwd uvtldion rraaoyfd
#42 by hnxYmIzRt (94.102.49.213) At 2009-08-14 14:34,
hpdfycuu zfrhjxzo jmrenoqm
#41 by HFJfFcZKuByGVdW (89.248.172.50) At 2009-08-10 02:03,
meihecxt tcprdcnk uxyuhlbb
#40 by QPsCXBYiKb (89.248.172.50) At 2009-08-10 00:39,
dzfsagbg wbhrtqic aeickkln
#39 by KNLFzBRi (89.248.172.50) At 2009-08-09 21:50,
sruhbdeh xjokufhd hbwxdvwb
#38 by FiCohNgHCKldMbTrGg (89.248.172.50) At 2009-08-09 20:26,