2007/Jul/29

Dark Moon Edifice : สาปสยอง คฤหาสน์มรณะ

เมื่อเหล่าวิญญาณร้ายที่เต็มไปด้วยความอาฆาต และความพยาบาท ต่างฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากพันทนาการแห่งความมืดของผู้วายชนม์อีกครั้ง การไล่ล่าอย่างโหดเหี้ยมจึงได้เริ่มต้นขึ้น เหล่าผู้มีชีวิตที่ตกเป็นเหยื่อจำต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะดิ้นรนให้มีชีวิตรอดจากฝันร้ายที่สยดสยอง และไร้ซึ่งทางหนี

พวกเขาเหล่านั้นจะเอาชีวิตรอดไปได้นานสักเพียงใดท่ามกลางซากศพ และกองเลือด ภายใต้ค่ำคืนมืดมิดที่น่ากลัวของคฤหาสน์ต้องสาปหลังนี้

Chapter 1

คฤหาสน์เงาจันทร์

หลังจากการเดินทางที่ยาวนานผ่านหุบเหวที่ลึกและสูงชัน เข้ามาในแนวป่าที่ห่างไกล โอม มนต์ และ สิงห์ ก็ได้มาถึงที่หมายปลายทางของพวกเขาสักที ที่นี่เป็นที่ซึ่งต่อจากนี้ไปเป็นเวลาหนึ่งเดือน พวกเขาจะต้องรับหน้าที่ ดูแล รักษา และเก็บกวาดคฤหาสน์หลังนี้ให้พร้อมก่อนที่เศรษฐีเจ้าของคนใหม่จะเข้ามาใช้เป็นบ้านพักตากอากาศ เพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองหลวง

เบื้องหน้าของพวกเขาคือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นแบบสไตล์ฝรั่ง ด้วยการก่อเป็นครึ่งไม้ ครั่งปูน ตามแบบที่นิยมกันในสมัยก่อน

โห ! นี่อะไรกันนี่

โอม ลืมตัวอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ระคนไปด้วยความรู้สึกแปลกใจ และตื่นเต้น เมื่อสายตาของพวกเขาได้สัมผัสกับบรรยากาศโดยรอบของคฤหาสน์หลังนี้ แม้ว่าพวกเขาเองจะได้เพียงแค่มองจากข้างนอกรั้ว แต่เพียงแวบเดียวพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความใหญ่โต และเก่าแก่ของคฤหาสน์หลังนี้ ภาพที่พวกเขาเห็นเบื้องหน้าสามารถที่จะสะกดสายตาของพวกเขาให้หยุดนิ่งและจับจ้องอยู่ได้โดยไร้ซึ่งคำพูด

คฤหาสน์สีเทาหลังใหญ่ ถูก ปรกคลุมไปด้วยต้นไม้และเถาวัลย์นับร้อยๆที่เบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่อย่างแออัด กำแพงของคฤหาสน์เกือบทั้งหมดต่างถูกเถาวัลย์เกาะเกี่ยวไว้จนดูคล้ายกับว่าเป็นสีเขียว ราวกับว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน

มิน่าหล่ะ .... ก็สงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมค่าจ้างสำหรับงานนี้มันถึงได้แพงนัก

โอมได้แต่เพียงแค่สบถอยู่เงียบๆในใจ .... ค่าจ้างคนละ 3 หมื่นบาทสำหรับการเก็บกวาดและดูแลบ้านหลังหนึ่งให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งเดือน สำหรับพวกเขาทุกคนแล้วนับว่าเป็นงานพิเศษที่สามารถทำเงินให้พวกเขาได้สูงทีเดียวสำหรับปิดเทอมนี้ นอกจากจะฆ่าเวลารอให้มหาวิทยาลัยเปิดแล้ว ยังได้เงินเก็บอีกมากเอาการ

ข้าว่า พอพวกเราทำงานนี้เสร็จนะ พวกเราทุกคนคงไปเตรียมตัวกรอกใบสมัครเข้าแข่งเพาะกายได้ชัวร์ๆเลยหว่ะ

เสียงของมนต์ ดังผ่านความเงียบสงัดของทิวป่า และแนวเขารอบๆบริเวณของคฤหาสน์ขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆแบบคนมีอารมณ์ขัน แต่ในทางกลับกันแล้ว คำพูดติดตลกของมนต์มันกลับยิ่งทำให้อีก 2 หนุ่มขำไม่ออก เมื่อคิดถึงความหนักหนาของงานที่ตั้งอยู่ตรงหน้า

แล้ว ลำพังเพียงแค่เรา 3 คนนี่ จะทำเสร็จได้เหรอฟะเนี่ย ดูแล้วเหมือนว่ามันจะไม่มีทางเลยหว่ะ

สิงห์พูดขึ้นพลางชี้นิ้วกวาดไปรอบๆตัวบ้านอย่างช้าๆ ความเงียบกลับเข้ามาเยี่ยมเยือนทั้ง 3 คนอีกครั้ง เมื่อพวกเขาต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดที่บั่นทอนกำลังใจของสิงห์

พวกแกดูเด่ะ ! ที่ตั้งกว้างขนาดนี้.... เฮ้อ เห็นแล้วกลุ้มหว่ะ

น่านสิ

ทั้ง 3 คนต่างมองตามนิ้วที่ชี้กวาดไปรอบๆ จากสวนที่เขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้มากมาย และหนองน้ำกว้างขวางที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของแมกไม้ซึ่งอยู่ทางด้านซ้าย จนถึงคฤหาสน์ 3 ชั้นหลังใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง แล้วก็เลยผ่านไปจนถึง บ้านไม้เก่าๆ 2 ชั้น ที่อยู่ทางด้านขวามือ

ข้าว่า ไอ้บ้านหลังนี้เนี่ยมันดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้หว่ะ ข้าไม่ค่อยชอบเลย ถ้าเป็นข้านะ ข้าเอาเงินนี่ไปปลูกบ้านใหม่ๆสวยๆ อยู่กับสาวๆแถวชานเมืองดีกว่าหว่ะ

มนต์พูดพรางทำหน้าทะเล้น ด้วยท่าทางที่มองดูแล้วช่างยียวนกวนบาทายิ่งนักเมื่อ เขาเอามือทั้ง 2 ข้างมากอดรอบเอวตัวเองแล้วบิดตัวไปมา

แต่โอมกลับไม่ได้รู้สึกใส่ใจในท่าทางที่กวนประสาทของมนต์เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขากำลังพุ่งความสนใจเกือบจะทั้งหมดไปที่การสอดส่องสายตาสำรวจภาพเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ เขามองกลับไปกลับมา จากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ด้วยความสนอกสนใจในความน่าทึ่งและบรรยากาศโดยรอบ แต่แล้วเวลาผ่านไปไม่นานนัก โอมก็เห็นบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ใต้เงาไม้ทางด้านขวาของตัวเรือนไม้หลังเล็กที่เก่าแก่

สิ่งนั้นเคลื่อนไหวเป็นเงาวูบวาบ อยู่ด้านหลังของพุ่มไม้ แต่โอมก็ยังเห็นไม่ชัดอยู่ดีว่าสิ่งนั้นคืออะไร โอมพยายามเพ่งสมาธิไปที่จุดนั้นเพียงจุดเดียวเพื่อที่จะมองให้ชัดขึ้น แม้ว่าทางด้านหลัง มนต์จะยังคงปล่อยมุขตลกฝืดๆออกมาเรื่อยๆ โดยที่มีสิงห์คอยหัวเราะคิกๆคักๆอยู่เบาๆ

ไอ้พวกนี้มันทำอะไรเงียบๆไม่เป็นหรือไงวะเนี่ย.... โอมนึกอยากที่ไปตบหัวพวกนั้นสักทีสองที เผื่อจะทำให้เงียบลงได้ แต่แล้วสิ่งที่เคลื่อนไหวอยุ่ในพุ่มไม้นั้นก็หยุดลง เขาเพ่งสายตามองผ่านแนวไม้เข้าไป และแล้วเขาก็พบว่า ที่ตรงนั้นมีผู้ชายวัยกลางคน 2 คนยืนอยู่

คนหนึ่งถือจอบอันใหญ่ไว้ในมือ ซึ่งโอมเองก็คิดว่าท่าทางมันน่าจะหนักเอาการทีเดียว ส่วนอีกคนแบกขวานเล่มเขื่องไว้บนบ่า ตอนนี้เขาเห็นได้ชัดเจนเลยว่า......

.... ชายทั้ง 2 คนกำลังจ้องมองมาที่เขา ......

อย่างน้อยผู้ว่าจ้างก็ไม่ได้ใจร้ายมากนัก.... โอมคิดในใจ ..... ถึงแม้ว่าจะแก่ แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยก็ยังมีคนสวนมาช่วยอีก 2 คน

นี่ครับ ! กุญแจทั้งหมดของคฤหาสน์หลังนี้

เสียงของคนขับรถที่พาพวกเรามาส่งที่นี่ดังขึ้นพร้อมๆกับยื่นมือที่ถือพวงกุญแจอันใหญ่ที่มีลูกกุญแจเกือบร้อยดอกให้กับพวกเขาทั้ง 3 คน

ครับ

โอมยื่นมือออกไปหยิบพวงกุญแจนั้นมาไว้ในมือ หลังจากที่ได้มองพิจารณามันอยู่ครู่ใหญ่ๆ

โห กว่าจะหากุญแจเข้าบ้านได้นี่ สงสัยคงต้องใช้เวลาเป็นวันๆแน่เลย

สิงห์พูดขึ้นมา ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะก้มหน้าลงไปมองดูที่พวงกุญแจนั้นอีกครั้ง

เอาหล่ะครับ วันนี้ขอเชิญพวกคุณพักผ่อนกันกันตามสบายนะครับ อีก 4 คนที่เหลือจะตามมาในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่นี่จะมีพวกคุณอยู่กันแค่เพียง 3 คนนะครับ

คนขับรถพูดพร้อมกับมองหน้าพวกเขาทั้ง 3 คน ด้วยสายตาที่ให้ความรู้สึกเย็นชาอย่างแปลกๆ

เอ๊ะ แค่ 3 คนเหรอครับ

โอมท้วงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ... คนขับรถขยับกรอบแว่นตาสีทองของเขาเบาๆก่อนที่จะมองเพ่งไปที่ใบหน้าของโอมและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกเช่นเดิม

ใช่ครับ อย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว ว่าที่นี่จะมีเพียงแค่พวกคุณ 3 คนเท่านั้น

แต่เมื่อสักครู่นี้ ผมว่าผมเห็นมีลุงอีก 2 คนอยู่ในบ้านนี้ด้วยนะครับ

ทั้งโอม มนต์ และสิงห์ ต่างมองหน้ากันเหรอหรา ทิ้งช่วงให้ความเงียบเข้ามาเยี่ยมเยือนบทสนทนานี้อีกครั้ง

ที่นี่ได้ถูกปล่อยให้รกร้างมานานแล้วนะครับ ซ้ำที่นี่ยังตั้งอยู่ในป่าลึกห่างไกลจากหมู่บ้านมากมายนัก ผมมั่นใจว่าไม่มีใครอื่นอยู่ที่นี่นอกจากพวกเราแน่นอนครับ

โอม ยังคงอึ้งไปกับคำตอบที่ชายสูงวัยได้ให้กับเขา

พวกคุณคงเหนื่อยกันแล้วหล่ะครับ ถึงได้ตาฝาดกันไป เพราะฉะนั้นผมคงจะไม่รบกวนพวกคุณแล้วนะครับ สำหรับเรื่องอาหาร เราได้เตรียมวัตถุดิบต่างๆมาให้พวกคุณแล้ว ซึ่งเนื่องจากที่นี่จะมีแค่พวกคุณ นักศึกษาที่มาทำงานพิเศษเท่านั้น ดังนั้นพวกคุณต้องทำอาหารกินกันเองนะครับ ส่วนห้องนอนพวกคุณก็เลือกเอาได้เองตามสบายเลยนะครับ แล้วเรื่องรายละเอียดอื่นๆผมจะอธิบายอีกครั้ง เมื่อผมได้พาอีก 4 คนที่เหลือมาถึงที่นี่แล้วในวันพรุ่งนี้นะครับ

เสียงที่ราบเรียบและเฉยเมยของคนขับรถยังคงดังผ่านความเงียบ เพื่ออธิบายให้กลุ่มเด็กวัยรุ่นทั้ง 3 คนฟัง ก่อนที่เขาจะโค้งตัวลงต่ำเล็กน้อย

เอาหล่ะครับ หลังจากพวกคุณขนของลงจากรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมคงต้องลาไปเพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าพรุ่งนี้เราคงจะได้พบกันอีกครั้ง

เฮ้ย แต่ข้าว่าข้าไม่ได้ตาฝาดนะข้าเห็นผู้ชาย 2 คนนั้นอยู่ที่สวนจริงๆ

โอมพูดพลางมองหน้า มนต์ และ สิงห์ ซึ่งตอนนี้เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างจะซีดกว่าที่เคยเป็น

ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าว่าที่นี่ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆเลยหว่ะ แล้วยังคำพูดแบบมีลับลมคมในของตาลุงบ้านั่นอีก พูดมาได้ไง หวังว่าพรุ่งนี้คงจะได้พบกันอีกครั้ง ..........

.

.

.

.

*** โปรดติดตามตอนต่อไป ***

.

.

.

ก็เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวแนวสยองขวัญเรื่องแรกสำหรับผมนะครับ คาดว่าน่าจะยาวประมาณ 20 - 30 ตอนนะครับถึงจะจบ เพื่อนๆคนใหนที่อ่านแล้วช่วยกันวิจารณ์หน่อยนะครับว่าเป็นอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเรื่องยาวเรื่องนี้ไว้ให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยนะครับ

Comment