Chapter 2
บทโหมโรงแห่งความสยอง
กรี๊................................ด
เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นจากที่ใดสักแห่ง... รอบๆที่ๆพวกกลุ่มเด็กวัยรุ่นกำลังยืนถกเถียงกันอยู่ เสียงกรีดร้องที่แสดงถึงความเจ็บปวด และทรมาน อย่างแสนสาหัส ดังก้องสะท้อนอย่างน่าขนลุกไปทั่วทั้งบริเวณป่าที่อยู่ลึกเข้ามากลางหุบเขานี้ ความรู้สึกที่น่าพรั่นพรึงเข้ามาพร้อมกับเสียงโหยหวนนี้เองที่ทำให้บทสนทนาของพวกเขาทั้ง 3 คนต้องเหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความเงียบเชียบเท่านั้น
เฮ้ย......! อะไรวะนั่น
น้ำเสียงของสิงห์สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตกใจ ผสมผสานกับความหวาดกลัวที่แวบเข้ามาเมื่อเสียงโหมโรงที่น่าพรั่นพรึงนี้ดังขึ้น ทั้ง 3 คนต่างหันมองออกไปรอบๆตัวของพวกเขาเพื่อที่จะค้นหาต้นตอของเสียงตามสัญชาติญาณของพวกเขาเอง แม้ว่าดวงตาทุกคู่ของพวกเขานั้นจะยังคงฉายแววของความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆในจิตใจ
เชี่ยเอ๊ย.............น่ากลัวโครตๆเลยหว่ะ
มนต์เริ่มพูดขึ้นบ้างด้วยอาการที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการข่มความรู้สึกวิตกและหวาดกลัวไว้ภายในหลังจากที่เสียงหวีดร้องนั้นสงบลง ก่อนที่เด็กหนุ่มทั้ง 3 คนจะได้เพียงแค่มองหน้ากันเหรอหรา เหมือนกับว่าคำตอบของความสงสัยเหล่านั้นจะถูกจารึกไว้อยู่บนใบหน้าของสักคน
เสียงเมื่อตะกี้นี้มัน...............ข้าไม่ชอบเลยหว่ะ
มนต์พูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาแห่งความเงียบของทั้ง 3 คน ทำให้สายตาของทั้ง สิงห์ และ โอม ต่างจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของมนต์เป็นจุดๆเดียวกัน เพื่อที่จะคอยฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป
.........จะข่มขืนกันทั้งทีก็ไม่ยอมเรียกข้าไปร่วมแจมด้วย แล้วดูเด่ะ ผู้หญิงร้องซะขนาดนั้นก็แสดงว่า..........
แต่ยังไม่ทันที่มนต์จะได้เล่นมุขปัญญาอ่อนของตัวเองจบ โอมก็ตัดบทแทรกขึ้นมาทันที
ไอ้บ้า ! แถวนี้ไม่มีใครคนอื่นอยู่เลยนะว้อย มีแค่เพียงพวกเรา แต่........ช่างมันเถอะมันอาจจะเป็นแค่เสียงนก หรือเสียงสัตว์ป่าแถวๆนี้สักตัวแหล่ะ.
สีหน้าของมนต์แสดงความผิดหวังเล็กน้อยพร้อมๆกับก้มหน้าทำคอตก
ข้าว่านะเรารีบเข้าบ้านกันเถอะ
เออ ดี เห็นด้วยเลยหว่ะ ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หวังว่าเตียงที่นี่คงจะนิ่มนะ
สิงห์เออออเห็นด้วยกับคำพูดของโอม ทั้งสองคนต่างพากันเดินไปที่กองสัมภาระกองใหญ่ที่ถูกวางไว้อยู่ทางด้านหลังของพวกเขาหลังจากที่รถได้จากไปแล้ว ทิ้งให้มนต์ต้องเดินคอตกตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขารู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ถูกโอมขัดจังหวะการยิงมุขเด็ดองเขาให้จบ
..........
เวลาผ่านไปไม่นานนัก พวกเขาทั้ง 3 คนต่างก็ลืมที่จะนึกถึงเสียงหวีดร้องที่ได้ยินเมื่อสักครู่ไปซะสนิท เพราะความอ่อนเพลียจากการหอบหิ้วสัมภาระของทั้งตัวเอง กับบรรดาผัก และเนื้อจำนวนมากมายที่จะต้องเป็นอาหารให้พวกเขากินปะทังชีวิตในช่วงอาทิตย์แรกของการอยู่ที่นี่
พวกเขาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม้เก่าแก่บานใหญ่ของคฤหาสน์ เพราะบรรยากาศที่เห็นอยู่เบื้องหน้า มันทำให้พวกเขาคล้ายกับถูกสะกดสายตาให้จับจ้องอยู่กับความสวยงามผสานกับความเก่าแก่ของบานประตูไม้ เมื่อได้เข้ามามองดูคฤหาสน์หลังนี้จากที่ใกล้ๆ พวกเขาก็ยิ่งประหลาดใจมากยิ่งขึ้น มันดูน่ากลัวกว่าที่เห็นจากนอกรั้วเสียอีก กำแพงสีเทาหม่นๆและเถาวัลย์สีเขียวจำนวนมาก รวมทั้งหยากไย่จำนวนมากมายที่เกาะติดอยู่ตามร่องประตูให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามันถูกทิ้งให้รกร้างมาสัก 100 ปีได้ มันทำให้พวกเขาคิดถึงบรรยากาศของบ้านผีสิงที่เห็นได้ในหนังฝรั่งเกรด A บ่อยๆ
สายลมเอื่อยๆที่พัดพากลิ่นดินและกลิ่นของต้นไม้ได้หอบหิ้วกลิ่นของความเก่าแก่ผสานกับความรู้สึกแปลกๆมาสู่คนทั้ง 3 รุนแรงยิ่งขึ้นในทุกย่างก้าวที่เข้าใกล้ตัวคฤหาสน์มากยิ่งขึ้น
หวังว่าที่นี่คงจะไม่มีผีนะ........ฮ่าๆๆ
มนต์พูดขึ้นมาก่อนที่จะเงียบลงเพราะทั้งโอมและสิงห์ต่างส่งสายตาที่เขียวปั้ดจ้องเขม็งมาทางเขา
ป่ะ เราเข้าไปกันเถอะ
.
มนต์ทิ้งตัวลงบนโซฟาที่ดูหรูหนาและเก่าแก่ในห้องโถง หลังจากที่ได้เก็บของเข้าไปในครัวจนหมดเรียบร้อยแล้ว พร้อมๆกับที่ สิงห์ และ โอม ค่อยๆเดินตามออกมาจากครัวหลังจากยัดอาหารสดทุกอย่างเข้าไปในตู้เย็นซึ่งใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟเสร็จเรียบร้อย
เหนื่อย ชิบเป้งเลยหว่ะ
มนต์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ขาดช่วงเพราะยังคงไม่หายจากอาการเหนื่อยหอบ
นั่นสิ ทำไมตาลุงนั่นถึงไม่ยอมเอารถเข้ามาส่งเราให้ถึงตัวบ้านซะตั้งแต่ทีแรกฟะ รู้ใหมเนี่ยว่ามันเหนื่อย
สิงห์ทิ้งตัวลงอย่างแรงบนโซฟาอีกตัวข้างๆมนต์ที่นอนหมดสภาพเหมือนกับเด็กที่โดนรุมสกัมมาหมาดๆ ผิดกับขามาอย่างสิ้นเชิง มนต์เป็นคนตลก รักสนุก และมีอารมณ์ขัน แต่สภาพของทั้งมนต์และสิงห์ในตอนนี้น่าจะเรียกได้ว่าตรงกันข้าม
ทั้งคู่นอนหงายพังพาบอยู่บนโซฟาเก่าแก่นั้น ทั้งๆที่หน้าอกยังกระเพิ่มขึ้นลงอย่างรวดเร็วเพราะยังคงไม่หายจากอาการเหนื่อยหอบ โอมหย่อนตัวลงนั่งบนพนักโซฟาตัวที่มนต์นอนอยู่แล้วเหม่อมองดูรอบๆห้องซักพักก่อนที่จะพูดขึ้นอีกรั้ง
เราพักเหนื่อยกันก่อนแล้วกัน สักพักเราค่อยมาว่ากันต่ออีกที
โอมหันหน้าไปมองดูเพื่อนทั้ง 2 ที่อาการหอบเริ่มลดเหลือน้อยลงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ภาพของชายวัยกลางคน 2 คนที่เขามองเห็นในสวนก็ยังคงวนเวียนเข้ามาสะกิดต่อมสงสัยของเขาอยู่เรื่อยๆ เขากล้าสาบานได้เลยว่าเขาเห็นจริงๆ ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรก็ตาม
หลังจากที่เขาได้นั่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ๆ เขาก็ตัดสินใจได้ว่าเขาจะต้องลองเดินไปดูที่สวนอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ให้รู้ว่า เขากับตาลุงนั่น ใครกันแน่ที่โกหก
เฮ้ย ! ... ไอ้มนต์ ไอ้สิงห์ ข้าว่านะ ข้าจะ.............
โอมหันไปมองเพื่อนทั้ง 2 ที่เคยนอนหอบอยู่ตรงนั้น แต่บัดนี้ทั้ง 2 คนได้หลับไปแล้วเพราะความอ่อนเพลียจากการเดินทางที่ยาวนานและแสนทรหด
อ้าว ...... เวร.....หลับกันหมดเลยแฮะ
โอมแกล้งลองพูดขึ้นทำลายความเงียบ และเช็คดูว่าเพื่อนๆของเขาทั้ง 2 คนนั้นหลับไปแล้วจริงหรือไม่ แต่คำตอบที่เขาได้รับนั้นกลับมีเพียงความเงียบและเสียงกรนเบาๆของคนทั้งคู่เท่านั้นเอง ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความอ่อนเพลียด้วยเช่นกัน เขาค่อยๆหย่อนตัวเองลงเบาๆบนโซฟาที่แสนนุ่ม ก่อนที่จะผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
.....
ช่วยด้วย !.............อย่า.................!
เสียงหวีดร้องที่สั่นเครือไปด้วยความกลัวของมนต์ดังขึ้น ปลุกให้โอมตื่นขึ้นจากภวังค์ที่แสนสบายด้วยอาการที่ตระหนกตกใจ
อ้า......ก
ภาพที่อยู่ตรงหน้าของโอมคือชายร่างยักษ์ ที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงสดซึ่งกระเด็นออกมาจากร่างของสิงห์ ร่างไร้วิญญาณนั้นถูกตัดขาดออกเป็น 2 ท่อนกองอยู่บนพื้นหินอ่อนที่ถูกอาบไปด้วยเลือดสีแดงสดส่งกลิ่นคาวเลือดคละครุ้งไปทั่ว ตับ ไต รวมทั้งใส้ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ใหลออกมาจากศพที่ขาดออกอยู่บนกองเลือดที่เจิ่งนองเพราะถูกสับด้วยขวานเล่มใหญ่ในมือของชายร่างยักษ์ที่กำลังส่งเสียงครวญครางอย่างมีความสุข
ใบหน้าของสิงห์แสดงออกให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างสุดชีวิต ปากของเขายังคงอ้าค้างไว้อย่างนั้น ดวงตาทั้ง 2 ข้างต่างเบิกโพลงขึ้น สายเลือดจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากปากอาบใบหน้าทั้งหน้าของสิงห์ให้เป็นสีแดง
ไอ้โอม ..... อะ...อะ....ไอ้สิงห์ มะ...มัน............
โอมหันเบือนสายตาไปยังต้นเสียงจนพบร่างของมนต์นั้นทรุดลงกับพื้น เพราะความหวาดกลัวอย่างสุดขีด ใบหน้าของโอมเองก็คงไม่ต่างจากของเพื่อนอีกคนสักเท่าใดนักในตอนนี้ น้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาของเขา ไม่ใช่เพราะความเสียใจแต่เป็นเพราะความกลัวต่างหาก
ฮ่ะ........ๆ............ๆ.........
เสียงหัวเราะที่เย็นเยือกและเหือดแห้ง อย่างสะใจฟังดูน่าสยดสยอง ดังออกมาจากร่างของฆาตกรร่างยักษ์เพราะความรู้สึกพอใจที่ได้สับขวานเล่มเขื่องลงบนเนื้อหลังของมนุษย์และสับมันออกเป็น 2 ส่วน
ฮ่า......ๆ........
เสียงหัวเราที่น่าพรั่นพรึงของอมนุษย์ยิ่งดังกึกก้องขึ้นไปอีกเมื่อผู้รอดชีวิตทั้งคู่ต่างแสดงให้เห็นได้ชัดถึงความหวาดกลัวในความตายที่กำลังจะคลืบคลานเข้ากลืนกินชีวิตของพวกเขา ชายร่างยักษ์หันใบหน้าที่น่ากลัวและเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดมาทางโอม พร้อมด้วยสายตาที่แฝงความอาฆาตแค้นไว้ในดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้น
แกเป็นใคร
เสียงที่สั่นเทาของมนต์ไม่ได้ทำให้เสียงหัวเราะนั้นเบาลงแม้แต่เพียงสักนิดเดียว แต่มันกลับยิ่งทำให้เสียงนั้นยิ่งดังขึ้นไปอีก ชายร่างยักษ์ค่อยๆหันไปส่งสายตาสีแดงก่ำที่น่าสยดสยองนั้นไปทางมนต์อีกรั้งหนึ่ง ดวงตานั้นแฝงไปด้วยความกราดเกรี้ยวมากกว่าเดิม ประหนึ่งสายตาของปีศาจจากขุมนรก ............. มันค่อยๆสาวเท้าเขาไปใกล้ร่างที่ทรุดลงกับพื้นของมนต์ ทีละก้าวๆพร้อมกับลากขวานเล่มเขื่องที่อาบย้อมไปด้วยของเหลวสีแดงสดไปตามพื้น
มนต์ ! . วิ่ง !!
โอมตะโกนขึ้นทันทีที่ตั้งสติได้ เมื่อเห็นว่าไอ้ เพชฌฆาตใจโหดนั่นกำลังเงื้อขวานขึ้นจนสุดมือ เตรียมที่จะสับลงบนร่างของเด็กหนุ่มซึ่งยังคงทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
มนต์.......ลุกขึ้น !!
โอมตะโกนขึ้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะตระหนักได้ว่า มนต์นั้นคงกลัวและตกใจเกินกว่าที่จะเคลื่อนไหวร่างกายได้ในตอนนี้.....
......ตัวเขาเองก็เช่นกัน.....
ขวานมรณะเล่มใหญ่ถูกชายร่างยักษ์ฟาดลงมาอย่างเร็วและแรง จนทำให้เกิดเสียงแหวกอากาศดังขึ้นคล้ายกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องที่สั่นเทาของมนต์
ไม่............อย่า........
เสียงหัวเราะที่น่าพรั่นพรึงดังขึ้นจากปากของชายร่างยักษ์อีกครั้งในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่ขวานมรณะโชกเลือดจะผ่าอากาศลงมาถึงหัวของมนต์
อย่า.
โอมกรีดร้องขึ้นอีกครั้งตามสัญชาติญาณของความกลัว เขาไม่สามารถที่จะทนดูภาพที่น่าสยดสยองตอนที่เพื่อนของเขากับลังจะถูกสับได้อย่างแน่นอน
วินาทีนั้นเอง มนต์ก็ตระหนักได้ดีถึงกลิ่นไอแห่งความตายและความหวาดกลัว ดวงตาทั้ง 2 ข้างของเด็กหนุ่มเบิกโพลงขึ้น เสียงหัวใจของเขาเต้นสั่นไม่เป็นจังหวะ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคนทั้งคู่ และเสียงของขวานที่สับลงฉีกเนื้อและกระดูกของมนุษย์ให้ขาดออกจากกัน..........
.
.
.
..................... โปรดติดตามตอนต่อไป .............
.
.
.
*** ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีเพื่อนๆคนใหนชอบเรื่องนี้กันบ้างนะครับ แต่เอาเป็นว่า ช่วงแรกๆนี้ผมของเขียนแบบ soft soft ไปก่อนแล้วกันนะครับ แล้วจะค่อยๆเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อเรื่อง ความสยอง และความโหด ขึ้นไปในแต่ละตอนนะครับ เหมือนเดิมครับ วิจารณืกันได้เต็มที่เลยนะครับ แล้วเอนทรี่หน้ามาพบกันกับตอนที่ 3 ของเรื่องนี้ครับ
(หลังจากนั้น จะขอพักช่วงลงเรื่องสั้นหักมุมแบบไม่สยองคั่นรายการสักเรื่องนะครับ) แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าครับ
สยองจริงเรื่องนี้ แต่ชอบ55+ เรามันโรคจิต แล้วจะเข้ามาอ่านต่อนนะจ๊ะ ได้ใจทั้งเนื้อหาและเสียง