
(ตอนที่2) The Passage of Blue Pegasus : เส้นทางที่ย่างก้าวของเปกาซัสสีน้ำเงิน
.
The walk away pegasus :
การตัดสินใจเดินหนีของเปกาซัส
.
เวลาที่ได้แต่แอบดูอยุ่ห่างๆเพียงลำพัง ทำให้รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนริมฝีปากของเปกาซัสอัปลักษณ์ เพียงชั่วครู่ ก่อนที่ความคิดที่ว่าตัวเองไม่เหมาะสม จะนำพาหยดน้ำตาเข้ามาแทนที่
.
เสียงกระซิบเพียงแผ่วเบาจากเปกาซัสสีน้ำเงิน เล็ดลอดออกมาพร้อมเสียงสะอื้นท่ามกลางคำคืนเงียบสงัด
.
" เหล่าผู้วายชนม์เอย พวกเจ้าจงเป็นพยานให้แก่เปกาซัสที่อัปลักษณ์นี้
เมื่อใดที่ข้าพร้อม เมื่อใดที่ข้ามีปีกสวยงามเฉกเช่นเปกาซัสสีฟ้า
ที่ข้าหมายปอง ข้าสัณญาว่าจะกลับมา "
.
สิ้นเสียงที่โศกเศร้า ภาพที่เหลือคงมีแค่รอยเท้าของผู้หลบหนีจากความเป็นจริง
.
ไม่รูเป็นเวลากี่วัน กี่เดือน ที่เปกาซัสสีน้ำเงิน ยังคงก้าวเดินต่อไป
กลางป่ามืดมิด ท่ามกลางค่ำคืนหนาวเย็น
ทิ้งไว้เพียง รอยเท้า และ รอยเลือดเป็นทาง
.
เมฆาเคลื่อน ดาราคล้อย
จากป่าหนึ่ง สู่ป่าหนึ่ง
จากคืน เปลี่ยนเป็นวัน
จากวันเปลี่ยนเป็นเดือน
.
เปกาซัสได้พบเห็นเหล่าม้าป่าจำนวนมากมายแฝงกายซ่อนเร้น
ในป่า พวกมันได้ช่วยคลายความเหงาให้กับเจ้าเปกาซัสได้บ้างนิดหน่อย
โดยที่พวกมันต่างไม่รู้ หรือ สงสัยเลย ว่านี่คือเปกาซัส
พวกมันต่างคิดว่าเป็นเพียงแค่ม้าป่าสีน้ำเงินธรรมดา
.
ปีกสีเลือด และรอยแผลบนปีกนับไม่ถ้วนที่ถูกพับเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
ไม่เคยมีม้าป่าเหล่านั้นตัวใด ที่จะได้เห็นมัน
เมื่อไรที่พวกมันรู้ว่า บนหลังที่แสนอ้างว้างนี้
มีปีกสีน้ำเงินเปื้อนเลือดพับเก็บอยู่ พวกมันอาจจะไม่ยอมรับเปกาซัสผู้น่าสงสารก็เป็นได้
.
เปกาซัสสีน้ำเงิน จึงได้แต่เพียง แอบซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้
จากสายตาทุกคู่ แล้วอยู่ต่อไปเฉกเช่นม้าป่าธรรมดา
.
แม้ว่ามันจะต้องทุกข์ใจแค่ใหน แต่นี่ก็คือการตัดสินใจของมันเอง
--ภรศิษฐ์ อรรถบลยุคล--